ข่าวสารและกิจกรรม
AWC ผนึกกำลัง แมริออท เดินหน้าพัฒนาโรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน พัทยา ในโครงการระดับแฟลกชิป Aquatique และโรงแรมแมริออท เกาะสมุย มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวยั่งยืน ในสองจุดหมายปลายทางริมทะเลชั้นนำของไทย

- Aquatique โครงการเมกะโปรเจ็กต์แบบมิกซ์ยูสระดับแฟลกชิป โดย AWC พัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตัวแบรนด์ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เป็นครั้งแรกในเมืองพัทยา ที่ผสานประสบการณ์พิเศษ ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ เสริมจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับโลก
- ด้วยศักยภาพและการเติบโตของเกาะสมุย รวมถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของกลุ่มธุรกิจบริการระดับคุณภาพ การพัฒนา เชอราตัน สมุย รีสอร์ทสู่โรงแรมภายใต้แบรนด์แมริออท เป็นการเสริมศักยภาพของโรงแรม ริมชายหาดที่มีศักยภาพสูง ผ่านมาตรฐานการบริการระดับสากล และแนวคิด Wonderful Hospitality เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
- ความร่วมมือกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล สะท้อนกลยุทธ์ของ AWC ในการพัฒนาจุดหมายปลายทางด้วยจุดแข็งและศักยภาพเฉพาะตัวของแต่ละพื้นที่ ควบคู่การดำเนินงานตามแนวทางความยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์ตลาดการท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก
28 มกราคม 2569, กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย – บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่มุ่งเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของสองจุดหมายปลายทางริมทะเลที่สำคัญของประเทศ ได้แก่ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยการลงนามข้อตกลงในการพัฒนาและบริหารโรงแรมในแบรนด์ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน ที่พัทยา ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวระหว่าง AWC และแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล และสะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันของทั้งสององค์กรในการขยายพอร์ตโฟลิโอโรงแรมระดับลักชัวรีของประเทศไทย
การลงนามพัฒนาโครงการในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยสานต่อจาก การลงนาม โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน แบงค็อก เดอะ ริเวอร์ไซด์ โครงการแลนด์มาร์กระดับโลกที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและฟื้นฟูย่านประวัติศาสตร์ ล้ง 1919 และทรงวาด ในปี 2565 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กรุงเทพมหานครในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวลักชัวรีระดับโลก และการลงนาม โรงแรมเดอะ ริตซ์-คาร์ลตัน ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา ในปี 2566 ซึ่งได้ร่วมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการบริการระดับลักชัวรีของจังหวัดภูเก็ต โดยโครงการภายใต้การผนึกกำลังครั้งนี้นั้น สะท้อนความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่มั่นคงระหว่าง AWC และแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ครอบคลุมการพัฒนาโครงการ Aquatique เมกะโปรเจ็กต์แบบมิกซ์ยูสระดับแฟลกชิปของ AWC ณ เมืองพัทยา ซึ่งมีโรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน พัทยา เป็นไฮไลต์สำคัญของโครงการ ควบคู่กับการรีโพสิชันนิ่งโรงแรมเชอราตัน สมุย รีสอร์ท สู่โรงแรมแมริออท เกาะสมุย
ความร่วมมือดังกล่าว สะท้อนความมุ่งมั่นของ AWC ในการพัฒนาจุดหมายปลายทางที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยต่อยอดจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของแต่ละพื้นที่ ทั้งศักยภาพในระดับนานาชาติ ความพร้อมของระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยว และความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศในระยะยาว พร้อมสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เน้นย้ำความมุ่งมั่นของ AWC ในการพัฒนาโครงการระดับแฟลกชิปบนทำเลยุทธศาสตร์ ผ่านแนวทางการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความยั่งยืน และอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ ซึ่งโครงการโรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน ในโครงการ Aquatique พัทยา จะเป็นโครงการลักชัวรีระดับแฟลกชิปที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมศักยภาพของเมืองพัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย ขณะเดียวกัน การพัฒนาโรงแรมภายใต้แบรนด์แมริออท ที่เกาะสมุย เป็นการพัฒนาสอดคล้องเสริมศักยภาพของเกาะสมุยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพขระดับนานาชาติ
ทั้งสองโครงการสะท้อนกลยุทธ์ของ AWC ในการผนึกกำลังกับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อร่วมสร้างคุณค่าระยะยาวทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก”
นายแบรด เอ็ดแมน รองประธานกรรมการประจำประเทศไทย กัมพูชา และเมียนมา แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความร่วมมือระหว่างแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล และ AWC ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นหนึ่งในความร่วมมือที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมโรงแรมและการบริการในประเทศไทย โดยครอบคลุมโรงแรมหลายแห่งและแบรนด์ชั้นนำของเราแมริออท โดยแบรนด์ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน มุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การเข้าพักในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง และการเปิดตัวโรงแรมแห่งใหม่นี้ ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการ Aquatique เมืองพัทยา จะช่วยสนับสนุนชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของประเทศไทย สู่มาตรฐานสูงสุดด้านความหรูหราและความเป็นเลิศในระดับสากล ขณะเดียวกัน การนำเสนอแบรนด์แฟลกชิปอย่าง Marriott Hotels สู่เกาะสมุย ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของเอเชีย จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางคุณภาพจากทั่วโลก รวมถึงสมาชิก Marriott Bonvoy ได้อย่างครบถ้วน เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมงานกับพันธมิตรที่เราชื่นชมอย่าง AWC เพื่อร่วมกันผลักดันโครงการที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม”
Aquatique พัทยา จุดหมายปลายทางระดับแฟลกชิป พร้อมแบรนด์โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน หัวใจสำคัญของโครงการ
Aquatique สะท้อนกลยุทธ์ในการพัฒนาโครงการแฟลกชิประดับโลก บนทำเลยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ภายใต้แนวคิด Destination-led ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าในระยะยาว โดยส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กลุ่มธุรกิจโรงแรมระดับโลกที่ได้รับการยอมรับด้านมาตรฐานสากลและความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการ โดย Aquatique คือโครงการเมกะโปรเจ็กต์แบบมิกซ์ยูสอย่างครบวงจร ภายใต้แนวคิด AWC’s Lifestyle Destination ซึ่งผสานองค์ประกอบด้านการบริการ โรงแรม การค้าปลีก และแหล่งท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาว และสนับสนุนศักยภาพการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาอย่างรอบด้าน
โดยในส่วนของการบริการและโรงแรมนั้น Aquatique มีโรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน พัทยา ซึ่งเป็นโรงแรมลักชัวรีระดับแฟลกชิป เป็นหัวใจสำคัญของโครงการ โรงแรมได้รับการออกแบบเพื่อสร้างประสบการณ์การเข้าพักระดับลักชัวรีในพัทยา ผ่านการผสานงานออกแบบอย่างประณีต ความเป็นเลิศด้านการบริการ และประสบการณ์การพักผ่อนระดับลักชัวรีที่ขับเคลื่อนด้วยแนวคิดเชิงประสบการณ์ สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของแบรนด์เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน
โรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน พัทยา ประกอบด้วยห้องพักกว่า 224 ห้อง มีพื้นที่รวมประมาณ 34,505 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนทำเลริมชายหาดภายในพื้นที่โครงการ Aquatique ซึ่งมีขนาดประมาณ 27-2-75 ไร่ โดยการพัฒนาโครงการจะดำเนินการตามแผนการส่งมอบแบบเป็นระยะของโครงการ Aquatique
Aquatique ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด AWC’s Lifestyle Destination โดยผสานองค์ประกอบด้านการบริการ โรงแรม การค้าปลีกริมชายหาด และแหล่งท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ไว้ภายในโครงการเดียวกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนการสร้างคุณค่าของจุดหมายปลายทางในระยะยาว พร้อมเสริมความน่าสนใจของเมืองพัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
นอกเหนือจากโรงแรมแล้วนั้น โครงการ Aquatique ยังประกอบด้วย
- โครงการรีเทลริมชายหาดระดับเวิลด์คลาส ด้วยพื้นที่ให้เช่ามากกว่า 110,000 ตารางเมตร พัฒนาในรูปแบบจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ที่ผสานการท่องเที่ยว การพักผ่อน และการใช้ชีวิตเชิงประสบการณ์ตลอดแนวชายหาดของเมืองพัทยาเข้าไว้ด้วยกัน
- แหล่งความบันเทิงขนาดใหญ่ระดับสากล ประกอบด้วยสวนน้ำขนาดใหญ่ที่บริหารจัดการโดยพันธมิตรชั้นนำระดับโลก ออกแบบมาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ และสนับสนุนความต้องการเดินทางตลอดทั้งปีของนักท่องเที่ยวให้กับโครงการ
Aquatique ตั้งอยู่ในย่านพัทยากลาง ภายในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศที่สำคัญ อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา และโครงข่ายระบบรางในอนาคต ส่งผลให้ Aquatique มีศักยภาพในการเติบโตสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ในระดับโลก นอกจากนี้ โครงการยังได้รับการวางบทบาทเพื่อส่งเสริมการเติบโตของพัทยาในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ พร้อมมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในระยะยาว
โรงแรมแมริออท เกาะสมุย การปรับบทบาทสู่พรีเมียม รองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวคุณภาพ
โรงแรมแมริออท เกาะสมุย สะท้อนกลยุทธ์ของ AWC ในการพัฒนาทรัพย์สินโรงแรมริมชายหาดในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมในระดับโลก เพื่อตอบรับการเติบโตของตลาดการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์บนเกาะสมุย หนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของภาคใต้ของประเทศไทยที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เสน่ห์ของเกาะสมุยสามารถดึงดูดใจนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงได้อย่างต่อเนื่อง โดยโครงการตั้งอยู่บริเวณหาดเฉวงน้อย หนึ่งในทำเลริมชายหาดที่มีศักยภาพโดดเด่นของเกาะ
โรงแรมมุ่งนำเสนอประสบการณ์การพักผ่อนที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ ผ่านการถ่ายทอดมาตรฐานแบรนด์ระดับโลกของแมริออท ควบคู่กับอัตลักษณ์เฉพาะตัวของเกาะสมุย และการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องทะเล ภายใต้แนวคิด “Samui’s soul embraces the tides of the sea” โครงการมีแผนพัฒนาวิลล่าริมชายหาดพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ทิวทัศน์ของสระว่ายน้ำที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ สิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องทะเล ประสบการณ์ด้านอาหารที่ถ่ายทอดเรื่องราวของมหาสมุทรอย่างพิถีพิถัน พร้อมบทบาทการเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานระดับพรีเมียม เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์เฉพาะตัวและการพักผ่อนระดับพรีเมียม
โรงแรมแมริออท ที่เกาะสมุย จึงไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาเท่านั้น แต่เป็นกลยุทธ์ระยะยาวของ AWCในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวคุณภาพสูง การสร้างคุณค่าในระยะยาวอย่างยั่งยืน และสนับสนุนประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวในระดับโลก
ความร่วมมือระหว่าง AWC และแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ในการพัฒนาโครงการ Aquatique และ โรงแรมแมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะสมุย คือความมุ่งมั่นของ AWC ที่ขับเคลื่อนด้วยคุณภาพ ความยั่งยืน และศักยภาพเฉพาะตัวของแต่ละจุดหมายปลายทาง ผ่านรูปแบบการพัฒนาที่ผสานมาตรฐานระดับโลกเข้ากับบริบทท้องถิ่น AWC มุ่งสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ทรัพย์สิน เมืองจุดหมายปลายทาง และเสริมสร้างความแข็งแกร่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย
“ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของเรา ในการร่วมสนับสนุนอนาคตของอุตสาหกรรมโรงแรมและบริการ ผ่านการพัฒนาโครงการที่มุ่งสร้างประสบการณ์เพื่อก่อให้เกิดคุณค่าในระยะยาว” นางวัลลภากล่าว
“ด้วยการผสานอัตลักษณ์ท้องถิ่น แนวคิดด้านความยั่งยืน และความเชี่ยวชาญด้านการบริการระดับโลกเข้าด้วยกัน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในสองจุดหมายปลายทางริมทะเลสำคัญของประเทศไทย”