ข่าวสารและกิจกรรม
AWC สร้างสถิติใหม่เติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปี 2568 รายได้รวมกว่า 23,065 ล้านบาท กำไรสุทธิ 6,388 ล้านบาท ด้วยพอร์ตทรัพย์สิน 218,740 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าร่วมสร้างประสบการณ์สุดพิเศษ สนับสนุนประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก

- สร้างสถิติใหม่เติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในปี 2568 ด้วยรายได้รวม 23,065 ล้านบาท กำไรสุทธิสูงสุด 6,388 ล้านบาท และมูลค่าพอร์ตโฟลิโอทรัพย์สินคุณภาพเติบโตสู่ 218,740 ล้านบาท พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผล 0.08 บาทต่อหุ้น (เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 YoY) สะท้อนความสำเร็จของการขับเคลื่อนภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Growth-led Strategy ที่มุ่งขยายและสร้างสมดุลพอร์ตโฟลิโอทรัพย์สินคุณภาพ
- กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียล สร้างรายได้รวมเติบโตร้อยละ 6.9 สู่จำนวน 9,602 ล้านบาท ด้วยการสร้างประสบการณ์พิเศษเปิด Jurassic World: The Experience และเครื่องเล่น SkyFlyers: Wings of Garudapterus เสริมศักยภาพเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น สู่แลนด์มาร์กระดับโลก พร้อมมอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ Immersive Experience และไดนิ่งเหนือระดับที่ เอ-ญ่า รูฟทอป แอท ดิ เอ็มไพร์ ณ อาคารใหญ่สุดใจกลาง CBD หนุนผลประกอบการปี 2568
- กลุ่มธุรกิจโรงแรมและบริการสร้างกระแสเงินสดอย่างมั่นคง ด้วยรายได้ 12,813 ล้านบาท จากการเปิดโรงแรมใหม่ 3 แห่งในพัทยาและกรุงเทพฯ ควบคู่กับการเติบโตของโรงแรมในกลุ่มรีสอร์ทระดับลักชัวรี โดยเฉพาะ เชียงใหม่ เกาะสมุย และกระบี่ สะท้อนจุดแข็งและศักยภาพของความร่วมมือผ่านเครือข่ายพันธมิตรระดับโลกสู่ฐานลูกค้าคุณภาพสูงจากทั่วโลก
- มุ่งมั่นขับเคลื่อนการเติบโตต่อเนื่อง ปี 2569 เตรียมเปิดตัวโรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท แบรนด์แฟร์มอนท์แห่งแรกของไทยในเดือนมิถุนายน พร้อมเตรียมเปิดโครงการ ลานนาทีค กาแล เฟส 1 จังหวัดเชียงใหม่ ไลฟ์สไตล์แลนด์มาร์กระดับโลกด้านการท่องเที่ยวเชิงศิลปะ และอาคารเฮอริเทจร่วมสมัย ภายใต้โครงการเวิ้งนครเกษม เยาวราช เพื่อสนับสนุนประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก
กรุงเทพฯ 27 กุมภาพันธ์ 2569 – นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า ด้วยกลยุทธ์โมเดล AWC’s Lifestyle Destination กับการเปิดประสบการณ์พิเศษรูปแบบใหม่ และการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เสริมผลประกอบการสูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วยรายได้รวม 23,065 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 9.8 จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 6,388 ล้านบาท เติบโต ร้อยละ 9.2 จากปีก่อน ขณะที่มูลค่าพอร์ตโฟลิโอทรัพย์สินคุณภาพเติบโตสู่ 218,740 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.0 จากปีก่อน พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผล 0.08 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 จากปีก่อน ภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Growth-led Strategy ด้วยศักยภาพการสร้างกระแสเงินสดและความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 0.89 เท่า สะท้อนโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมสนับสนุนแผนการลงทุนเพื่อการเติบโตของทรัพย์สินดำเนินงานในระยะยาว และพร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยและกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้แข็งแกร่งอย่างยั่งยืน
ผลการดำเนินงานเด่นของปี 2568
ความสำเร็จดังกล่าว สะท้อนศักยภาพและความแข็งแกร่งของการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ Sustainable Growth-led Strategy ที่มุ่งขยายพอร์ตโฟลิโอทรัพย์สินคุณภาพสูงและสร้างสมดุลของพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ทั้งกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ และกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเพิ่มศักยภาพการสร้างรายได้จากทรัพย์สินดำเนินงาน และการต่อยอดโมเดล AWC’s Lifestyle Destination
โดยในปี 2568 บริษัทเดินหน้าพัฒนาและเปิดดำเนินงานโครงการสำคัญ อาทิ การร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก เปิดประสบการณ์ Jurassic World: The Experience เปิดตัวเครื่องเล่น SkyFlyers: Wings of Garudapterus ณ โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ซึ่งช่วยเพิ่มทราฟฟิก อัตราการเช่าพื้นที่ และรายได้ค่าเช่าอย่างมีนัยสำคัญ ตลอดจนการรับรู้รายได้จากทรัพย์สินใหม่ในกลุ่มโรงแรม ได้แก่ โรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย โรงแรม จุบีลี เพรสทีจน์ รัชดาภิเษก และพัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา ควบคู่กับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงแรม ในกลุ่มรีสอร์ทระดับลักชัวรี โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ เกาะสมุย และกระบี่ ซึ่งยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจากยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และโอเชียเนียได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ การผสานมิติด้านการพักผ่อน อาหาร และ ไลฟ์สไตล์ ผ่านพอร์ตโฟลิโอร้านอาหารและเครื่องดื่มในโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยวหลัก ยังช่วยเสริมการใช้จ่ายต่อการ เข้าพักและการใช้บริการ ส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างมั่นคง และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ควบคู่การร่วมสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก ภายใต้พันธกิจ “Building Better Future For All”
กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลโตแรงจากโมเดล Lifestyle Destination หนุนรายได้ – กำไรเติบโตก้าวกระโดด
ในปี 2568 กลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลของ AWC สร้างการเติบโตอย่างโดดเด่น จากการยกระดับทรัพย์สินภายใต้แนวคิด AWC’s Lifestyle Destination ซึ่งมุ่งพัฒนาสู่จุดหมายปลายทางที่รวมประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ ความบันเทิง และการใช้ชีวิตไว้ในที่เดียว โดยกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลมีรายได้รวม 9,602 ล้านบาท โดยเติบโต ร้อยละ 6.9 จากปีก่อน แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากโครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ซึ่งได้เปิดตัวประสบการณ์ระดับโลก Jurassic World: The Experience และเครื่องเล่น SkyFlyers: Wings of Garudapterus ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานกลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 25.8 จากปีก่อน โดยมียอดจำหน่ายบัตร Jurassic World: The Experience มากกว่า 300,000 ใบ นับตั้งแต่เปิดในเดือนสิงหาคม 2568 และยอดจำหน่ายบัตร SkyFlyers: Wings of Garudapterus มากกว่า 28,000 ใบ ภายในเดือนแรก ทำให้โครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น มีจำนวนผู้เข้าใช้บริการ ที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 27 เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 42 เมื่อเทียบกับก่อนเปิด Jurassic World: The Experience ผลักดันให้อัตราการเช่าพื้นที่ของโครงการเอเชียทีคเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 80 ในปี 2568 จากร้อยละ 71 ในปีก่อนหน้า หนุนอัตราการเช่าพื้นที่และรายได้ค่าเช่าของโครงการปรับตัวสูงขึ้น และผลักดันรายได้ค่าเช่าให้เติบโตถึงร้อยละ 22.8 เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์ที่เป็นเอกลักษณ์ Destination-led Experience ในการดึงดูดกลุ่มครอบครัว นักท่องเที่ยว และผู้มาใช้บริการตลอดทั้งวัน (All-day Destination) ต่อยอดศักยภาพสู่การเป็น แลนด์มาร์กระดับโลก นอกจากนี้ บริษัทได้ยกระดับและนิยามใหม่ของการเป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ (Reimagining Lifestyle Destination) ผ่านแนวทางที่มุ่งอนุรักษ์และเชิดชูคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มรดกทางสถาปัตยกรรม และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันโดดเด่นของย่านทรงวาด ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในย่านการค้ารุ่นแรกของกรุงเทพมหานคร โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิม รายละเอียดลวดลายหน้าบันอันประณีต และรูปแบบผังเมืองที่สะท้อนบทบาทอันยาวนานในฐานะศูนย์กลางการค้าและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย บริษัทยังคงดำเนินการบูรณะและปรับปรุงอาคารมรดกอย่างต่อเนื่อง โดยคงไว้ซึ่งองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมและงานฝีมือดั้งเดิม และการผสานประสบการณ์และฟังก์ชันการใช้งานสมัยใหม่อย่างกลมกลืน การฟื้นฟูดังกล่าวดำเนินควบคู่ไปกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่น ผ่านการสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ ช่างฝีมือ และกิจกรรมทางวัฒนธรรม ส่งผลให้เศรษฐกิจของย่านมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังคงรักษาเอกลักษณ์และบรรยากาศดั้งเดิมของพื้นที่ไว้ได้อย่างครบถ้วน ล่าสุด ระหว่างวันที่ 20–28 ธันวาคม 2568 Netflix ได้จัดงานพิเศษ “One Last Adventure in Thailand” เพื่อเฉลิมฉลองการกลับมาของซีรีส์ระดับโลก Stranger Things (Season 5) โดยมีไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ โซน THE WSQK และ One Last Ride Together ภายในงานได้รับความสนใจและมีผู้เข้าร่วมทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นจำนวนมาก สะท้อนถึงประสิทธิภาพของกลยุทธ์ New Value & Experience Model ของบริษัทในการยกระดับความน่าสนใจของย่านทรงวาด และดึงดูดกลุ่มผู้เข้าชมคุณภาพจากทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศได้อย่างโดดเด่น
ขณะเดียวกัน ธุรกิจอาคารสำนักงานของ AWC ยังคงสร้างรายได้และกระแสเงินสดอย่างมั่นคง จากการปรับโฉมและพัฒนาอาคารอย่างต่อเนื่อง อาทิ กลยุทธ์ The Empire Reimagined ที่ ดิ เอ็มไพร์ และการรับรู้ผลการดำเนินงานของอาคารสำนักงานใหม่ จูบิลี่ เพรสทีจ ทาวน์เวอร์ ส่งผลให้รายได้ค่าเช่าของกลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงานในปี 2568 เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.0 จากปีก่อน ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตอาคารสำนักงานและเพิ่มคุณค่าในระยะยาว
กลุ่มธุรกิจโรงแรม AWC เติบโตท่ามกลางความท้าทาย ย้ำพลังพอร์ตลักชัวรี ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพจาก ทั่วโลก
ในปี 2568 กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการของ AWC แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตท่ามกลางบริบทอุตสาหกรรมที่ท้าทาย จากความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกในการดึงดูดลูกค้าคุณภาพ เสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจ โดยสามารถสร้างรายด้รวม 12,813 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5 จากปีก่อน และร้อยละ 47 จากปี 2562 การเติบโตดังกล่าวเกิดจากโรงแรมใหม่ที่เปิดดำเนินงานในปี 2568 ได้แก่ โรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย โรงแรม จุบีลี เพรสทีจน์ รัชดาภิเษก และพัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา ซึ่งสร้างรายได้รวมเพิ่มกว่า 720 ล้านบาท ควบคู่กับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงแรมในต่างจังหวัด และโรงแรมรีสอร์ท ระดับลักชัวรี ซึ่งล้วนเป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงยังคงสร้างผลการดำเนินงานโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) มีการเติบโตอย่างโดดเด่น เช่น จังหวัดเชียงใหม่มีการเติบโตร้อยละ 10.4 เกาะสมุยเติบโตร้อยละ 7.2 และจังหวัดกระบี่เติบโตร้อยละ 5.6 เมื่อเทียบกับปีก่อน
ด้วยพอร์ตโรงแรมของบริษัทที่มีความแข็งแกร่งกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม สะท้อนผ่านดัชนีการสร้างรายได้ (Revenue Generation Index: RGI) โดยโรงแรมที่มี RGI โดดเด่น อาทิเช่น คอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ มี RGI อยู่ที่ 205 โรงแรม เชียงใหม่ แมริออท โฮเทล มี RGI อยู่ที่ 161 และวนาเบลล์ เอ ลักซ์ชูรี คอลเลคชั่น รีสอร์ท เกาะสมุย มี RGI อยู่ที่ 116 โดยในปี 2568 บริษัทสามารถดึงดูดฐานลูกค้าคุณภาพสูงจากทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าจากทวีปยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และโอเชียเนีย ที่มีรายได้รวมกันในพอร์ตโฟลิโอของบริษัทเติบโตกว่าร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มนี้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยที่ร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับปีก่อน
นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับแรงสนับสนุนจากการต่อยอดโมเดล AWC’s Lifestyle Destination ที่ผสานประสบการณ์ด้านการพักผ่อน อาหาร และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ผ่านพอร์ตโฟลิโอร้านอาหารและเครื่องดื่มภายในโรงแรมและจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหลักของบริษัท ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเติบโตแตะระดับ 4,047 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 11.1 จากปีก่อน ด้วยการรับรู้รายได้เต็มปีของ เอ-ญ่า รูฟทอป แอท ดิ เอ็มไพร์ ที่เติบโตโดดเด่นสร้างรายได้รวมกว่า 444 ล้านบาท นำไปสู่การเพิ่มความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดของกลุ่มธุรกิจโรงแรมในระยะยาว
ปี 2569 สัญญาณท่องเที่ยวฟื้นตัว พร้อมต่อยอดการเติบโตด้วยโครงการแฟลกชิปในทำเลศักยภาพ
ในปี 2569 มีสัญญาณการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ชัดเจน รวมถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนสะท้อนผ่านรายได้จากยอดจองห้องพักล่วงหน้าในปี 2569 ที่เพิ่มขึ้น ร้อยละ 15 จากปีก่อน โดยเฉพาะจุดหมายปลายทางสำคัญ ได้แก่ เชียงใหม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 27 เกาะสมุยเพิ่มขึ้นร้อยละ 16 กระบี่เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 และหัวหินเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากปีก่อน คาดว่าจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการเติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้บริษัทเตรียมขับเคลื่อนการเติบโตจากการรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปีของทรัพย์สินที่เปิดใหม่ในปี 2568 ควบคู่กับการเปิดตัวโครงการและโรงแรมระดับแฟลกชิปที่อยู่ระหว่างการพัฒนา เพื่อเพิ่มศักยภาพการสร้างรายได้และกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยเฉพาะ โรงแรม แฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท โรงแรมภายใต้แบรนด์แฟร์มอนท์แห่งแรกของไทย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางตลาด MICE ลักชัวรีระดับภูมิภาค
ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมเปิด โครงการลานนาทีค กาแล เฟส 1 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อยกระดับย่านช้างคลานสู่ไลฟ์สไตล์แลนด์มาร์กระดับโลกด้านการท่องเที่ยวเชิงศิลปะ รวมถึงการเปิดอาคารเฮอริเทจร่วมสมัยภายใต้โครงการเวิ้งนครเกษม เยาวราช ซึ่งเป็นการผสานการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมไทย – จีนเข้ากับการออกแบบและการใช้งานร่วมสมัย เพื่อเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชน และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว อีกทั้งบริษัทจะรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปีของ Jurassic World: The Experience และ SkyFlyers: Wings of Garudapterus ณ โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ซึ่งเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการเพิ่มทราฟฟิก รายได้ค่าเช่า และความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดของกลุ่มธุรกิจคอมเมอร์เชียลอีกด้วย
เดินหน้าการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ย้ำมาตรฐานความยั่งยืนด้วยการยอมรับในระดับสากล
AWC ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนกลยุทธ์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม (Better Planet) สร้างสมดุลระหว่างการเติบโตควบคู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม (Better People) สร้างการเติบโตควบคู่การยกระดับคุณค่าของบุคลากรและชุมชน และด้านเศรษฐกิจ (Better Prosperity) สร้างการเติบโตเพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยมีผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก
ในปี 2568 AWC ได้สะท้อนความเป็นผู้นำด้านธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยได้รับการจัดอันดับ Top 1% ใน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในกลุ่มอุตสาหกรรมโรงแรม รีสอร์ท และเรือสำราญ (Hotels, Resorts & Cruise Lines) ซึ่งสะท้อนผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนระดับสากล จากการประเมินของ S&P Corporate Sustainability Assessment (S&P CSA) พร้อมทั้งได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ S&P Global Sustainability Yearbook ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 และได้รับการประเมิน MSCI ESG Ratings ในระดับ AAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุด จาก MSCI (Morgan Stanley Capital International) สถาบันชั้นนำระดับโลกด้านดัชนี งานวิจัย และข้อมูลเพื่อการลงทุน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างมูลค่าองค์กรและเสริมความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน เมื่อเทียบกับบริษัทอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกันในระดับสากล นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการจัดอันดับ SET ESG Rating ระดับ AAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุดจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ย้ำบทบาทการเป็นหนึ่งในผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
ขณะเดียวกัน อาคารสำนักงานหลักของบริษัท ได้แก่ ดิ เอ็มไพร์ แอทธินี ทาวเวอร์ อาคาร 208 แบงค๊อก และอินเตอร์ลิงค์ ทาวเวอร์ บางนา ได้รับการรับรองมาตรฐาน WELL Core Platinum จากสถาบัน International WELL Building Institute สะท้อนความมุ่งมั่นด้านสุขภาวะและการบริหารจัดการอาคารอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ โรงแรมในเครือของ AWC ได้รับการรับรองสัญลักษณ์ “Trusted Thailand” จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยครบ 100% ย้ำมาตรฐานคุณภาพ ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ขณะเดียวกัน ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ภายใต้โครงการ The GALLERY แพลตฟอร์มกิจการเพื่อสังคม ยังช่วยสนับสนุนศิลปินและชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง การสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่การเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
สะท้อนความมุ่งมั่นของ AWC ในการขับเคลื่อนการเติบโตที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก