AWC และ Meliá Hotels International ขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เดินหน้าสร้างพอร์ตโฟลิโอโรงแรมลักชัวรีและไลฟ์สไตล์กว่า 3,000 ห้องในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวสำคัญ

15 กันยายน 2569

สานต่อความร่วมมือระยะยาว ร่วมสร้างประสบการณ์การบริการระดับโลก สนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนชั้นนำของโลก

  • AWC และ Meliá Hotels International ขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวถึงปี 2579 พร้อมแผนขยายพอร์ตโฟลิโอห้องพักรวมกว่า 3,000 ห้อง ครอบคลุมจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวสำคัญ ภายใต้แบรนด์โรงแรมลักชัวรีและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย
  • AWC และ Meliá สานต่อความร่วมมือในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง โดยมีพอร์ตโฟลิโอโรงแรมที่เปิดดำเนินการแล้ว ได้แก่ โรงแรม มีเลีย เชียงใหม่ ไทยแลนด์, มีเลีย เกาะสมุย, โรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย และโรงแรม อินน์ไซด์ บาย มีเลีย กรุงเทพ สุขุมวิท ซึ่งได้รับการยอมรับจากหลายเวทีชั้น รวมถึงโรงแรมมีเลีย พัทยา ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 โรงแรมเปิดใหม่ยอดเยี่ยมของ Smart Travel Asia และเป็นโรงแรมแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน WELL ระดับ Platinum
  • AWC เตรียมเปิดตัว ME by Meliá ที่สุขุมวิท 24 และ Meliá Hotels & Resorts ที่สุขุมวิท 26 โดยทั้ง 2 แห่ง มอบประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน และเชื่อมโยงใจกลางกรุงเทพฯ โดย ME by Meliá จะเปิดตัวในเอเชียเป็นครั้งแรก ด้วยแนวคิดลักชัวรีไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น ขณะที่ Meliá Hotels & Resorts จะนำเสนอเสน่ห์การต้อนรับอันอบอุ่นในแบบสเปนพร้อมประสบการณ์การพักผ่อนที่เป็นมิตรและเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว ทั้งนี้ ผู้เข้าพักสามารถใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวก และสัมผัสประสบการณ์ระหว่างสองโรงแรมได้
  • AWC และ Meliá มุ่งมั่นส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านการผสานแนวคิดด้านเวลเนส การใช้วัตถุดิบท้องถิ่น และการสนับสนุนเกษตรกร ช่างฝีมือ และผลิตภัณฑ์จากชุมชนไทย ผ่าน The Gallery ร้านวิสาหกิจเพื่อสังคม ที่เชื่อมผู้เข้าพักกับคุณค่าของชุมชนไทย

กรุงเทพฯ 15 กันยายน 2569 – บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยที่มุ่งสร้างจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร และ Meliá Hotels International (MHI) หนึ่งในผู้นำธุรกิจโรงแรมและการบริการของยุโรป ประกาศขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาว เพื่อร่วมพัฒนาโรงแรมและรีสอร์ตระดับลักชัวรีและไลฟ์สไตล์ในจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วประเทศไทย

ภายใต้แผนพัฒนาโครงการระยะยาวในประเทศไทย จนถึงปี 2579 AWC และ Meliá Hotels International เดินหน้าสานต่อความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ พร้อมขยายพอร์ตโฟลิโอห้องพักรวมมากกว่า 3,000 ห้อง ในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวสำคัญ ผ่านแบรนด์โรงแรมลักชัวรีและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ได้แก่ Meliá Hotels & Resorts, ME by Meliá, Paradisus by Meliá, INNSiDE by Meliá และ Gran Meliá Hotels & Resorts

เส้นทางการเติบโตร่วมกันของ AWC และ Meliá จะครอบคลุมโครงการสำคัญในหลากหลายจุดหมายปลายทางทั่วประเทศไทย โดยหนึ่งในโครงการที่น่าจับตามองคือ Paradisus Jomtien Resort ซึ่งเตรียมนำแบรนด์ดังกล่าวมาสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2574 บนชายหาดจอมเทียน พัทยา ในรูปแบบรีสอร์ตลักชัวรีแบบ All-Inclusive ที่ออกแบบประสบการณ์การพักผ่อนเพื่อตอบโจทย์นักเดินทางลักชัวรีรุ่นใหม่ในเอเชีย พร้อมมอบประสบการณ์ที่ผสานความผ่อนคลายและเสน่ห์ของจุดหมายปลายทางได้อย่างแตกต่าง

วิสัยทัศน์ระยะยาวของทั้งสองบริษัทเติบโตขึ้นจากความสัมพันธ์และประสบการณ์การทำงานร่วมกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปัจจุบัน AWC มีจำนวนห้องพักประมาณ 1,900 ห้อง ทั้งจากโรงแรมที่เปิดให้บริการแล้วและโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ส่งผลให้ AWC เป็นเจ้าของโรงแรมแบรนด์ Meliá รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สะท้อนถึงความไว้วางใจและความมุ่งมั่นร่วมกันในการเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

การต่อยอดความร่วมมือครั้งนี้ ยังเตรียมนำโรงแรม Meliá อีก 2 แห่งมาสู่สุขุมวิท 24 และ 26 โดยทั้งสองแห่งมีกำหนดเปิดให้บริการและต้อนรับผู้เข้าพักในไตรมาส 4 ปี 2569 ในช่วงแรกจะเปิดให้บริการภายใต้ชื่อแบรนด์สำหรับช่วงเปลี่ยนผ่าน ก่อนเปลี่ยนเป็น ME by Meliá และ Meliá Hotels & Resorts ในไตรมาส 4 ปี 2570 โดย Meliá Hotels & Resorts จะต่อยอดจากการดำเนินงานของแบรนด์ที่มีอยู่แล้วในพอร์ตโฟลิโอของ AWC ได้แก่ โรงแรม มีเลีย เชียงใหม่, ไทยแลนด์, มีเลีย เกาะสมุย และ มีเลีย พัทยา พร้อมนำประสบการณ์การบริการที่มีเอกลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์มาสู่ย่านพร้อมพงษ์ที่เต็มไปด้วยสีสันและเสน่ห์ของกรุงเทพฯ

ความแข็งแกร่งของความร่วมมือระหว่าง AWC และ Meliá สะท้อนผ่านรางวัลและการยอมรับจากเวทีระดับนานาชาติของโรงแรมในพอร์ตโฟลิโอ ดังนี้ โรงแรม อินน์ไซด์ บาย มีเลีย กรุงเทพ สุขุมวิท ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในโรงแรมชั้นนำของกรุงเทพฯ จาก Condé Nast Traveler Readers’ Choice Awards 2025 และได้รับรางวัล Thailand Tourism Awards ในสาขา Design Hotel ขณะที่โรงแรมมีเลีย เชียงใหม่, ไทยแลนด์ ได้รับรางวัล Thailand Tourism Excellence Award ในสาขา City Hotel และได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในโรงแรมชั้นนำในเมืองท่องเที่ยวต่างจังหวัดของประเทศไทยจาก Travel + Leisure Luxury Awards Asia Pacific 2023 ส่วน มีเลีย เกาะสมุย ได้รับรางวัล Best 5-Star Hotel in Koh Samui จาก TTG Travel Asia พร้อมคว้ารางวัลจาก World Travel & Hotel Awards ในสาขา Best Family Hotel และ Best Luxury Hotel โรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 10 โรงแรมเปิดใหม่ยอดเยี่ยมจาก Smart Travel Asia

ความยั่งยืนและคุณภาพยังเป็นหัวใจสำคัญของความร่วมมือระหว่าง AWC และ Meliá โดยโรงแรมในพอร์ตโฟลิโอ Meliá ที่ AWC ดำเนินงานอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ โรงแรมมีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย, มีเลีย เกาะสมุย, โรงแรมมีเลีย เชียงใหม่, ไทยแลนด์ และโรงแรมอินน์ไซด์ บาย มีเลีย กรุงเทพ สุขุมวิท ต่างได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความยั่งยืนและสุขภาวะในระดับสากล อาทิ LEED, WELL และ ECOSTARS สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการมุ่งมั่นพัฒนาการบริการที่ใส่ใจผู้คนและสิ่งแวดล้อม พร้อมมอบประสบการณ์การเข้าพักที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางในวันนี้และอนาคต

มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย

มีเลีย เกาะสมุย

อินน์ไซด์ บาย มีเลีย กรุงเทพ สุขุมวิท

มีเลีย เชียงใหม่, ไทยแลนด์

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า

“AWC และ Meliá มีความเชื่อมั่นร่วมกันว่า ประเทศไทยมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนชั้นนำของโลก Meliá เป็นพันธมิตรระดับโลกที่สำคัญของเรามาอย่างยาวนาน ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการบริการระดับสากล แบรนด์โรงแรมที่หลากหลาย และแนวคิดการดูแลผู้เข้าพักที่สอดคล้องกับความตั้งใจของ AWC ในการสร้างประสบการณ์ที่ดีและมีความหมายให้กับผู้คน ชุมชน และประเทศไทย

ความร่วมมือของเราไม่ได้มุ่งเพียงพัฒนาโรงแรม แต่เรายังมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการใช้การท่องเที่ยวเป็นพลังในการสร้างคุณค่าแก่ชุมชนและสังคมผ่านการสร้างสุขภาวะที่ดี การดำเนินงานอย่างรับผิดชอบ การใช้วัตถุดิบท้องถิ่น และการสนับสนุนเกษตรกร ช่างฝีมือ และผลิตภัณฑ์จากชุมชนไทย ผ่าน The Gallery ร้านวิสาหกิจเพื่อสังคม เพื่อให้ทุกการเข้าพักไม่เพียงสร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน แต่ยังสร้างรายได้และโอกาสที่ยั่งยืนแก่ชุมชนท้องถิ่น

เราขอขอบคุณ Meliá สำหรับความไว้วางใจและความร่วมมือที่มีมาอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมั่นว่าการผสานความแข็งแกร่งของจุดหมายปลายทางภายใต้ AWC เข้ากับมาตรฐานการบริการระดับโลกของ Meliá จะช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ในจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วประเทศไทย พร้อมสร้างคุณค่าร่วมแก่ผู้คน ชุมชน และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน”

ขณะที่ มร. กาเบรียล เอสการ์เร ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Meliá Hotels International กล่าวว่า

“ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของ Meliá Hotels International ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วยเสน่ห์ที่ดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลก และความหลากหลายของจุดหมายปลายทางที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สานต่อและขยายความร่วมมือกับ AWC ซึ่งมีวิสัยทัศน์ ค่านิยม และความเข้าใจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างลึกซึ้ง ความร่วมมือครั้งนี้เปิดโอกาสให้ Meliá นำแบรนด์ลักชัวรีและไลฟ์สไตล์ที่มีเอกลักษณ์มาสู่จุดหมายปลายทางสำคัญของประเทศไทย พร้อมต่อยอดจากความสำเร็จที่ทั้งสองบริษัทได้ร่วมกันสร้างมาอย่างต่อเนื่อง เราตื่นเต้นที่จะได้ร่วมส่งมอบประสบการณ์การบริการที่แตกต่าง ถ่ายทอดเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทย และตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางจากทั่วโลก”

Meliá Hotels International ก่อตั้งขึ้นในปี 2499 เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจการบริการของโลก ปัจจุบันมีโรงแรมในพอร์ตโฟลิโอกว่า 400 แห่งใน 40 กว่าประเทศทั่วโลก พร้อมความเชี่ยวชาญกลุ่มโรงแรมลักชัวรีและการพักผ่อน รวมถึงโปรแกรมสมาชิก MeliáRewards ที่เชื่อมโยงนักเดินทางจากทั่วโลกเข้ากับประสบการณ์การเข้าพักภายใต้เครือ Meliá ปัจจุบัน AWC และ Meliá Hotels International มีโรงแรมที่เปิดให้บริการในประเทศไทย ได้แก่ โรงแรม มีเลีย เชียงใหม่ ไทยแลนด์, โรงแรม อินน์ไซด์ บาย มีเลีย กรุงเทพ สุขุมวิท, มีเลีย เกาะสมุย และโรงแรม มีเลีย พัทยา โฮเต็ล ประเทศไทย สะท้อนถึงความสำเร็จของความร่วมมือที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

การขยายความร่วมมือในครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ AWC และ Meliá ในการร่วมพัฒนาจุดหมายปลายทางคุณภาพระดับโลก ขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ผู้คน ชุมชน และประเทศอย่างยั่งยืน

ย้อนกลับ