ข่าวสารและกิจกรรม
เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น เปิดประสบการณ์เต็มรูปแบบ “Better World Better Future” แลนด์มาร์กใหม่ระดับโลกที่พลิกโฉมการเรียนรู้ด้านความยั่งยืน ผ่านประสบการณ์ 9D Cinema ระดับเวิลด์คลาส ในพื้นที่ Liminal Space แบบถาวรที่ใหญ่ที่สุดในโลก

30 เมษายน 2569, กรุงเทพฯ – เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ภายใต้ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่มุ่งเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร เดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์การท่องเที่ยวด้านความยั่งยืนรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัว “Better World Better Future” หรือ “โลกยั่งยืน” อย่างเต็มรูปแบบ ณ Hatch Dome กับประสบการณ์ Edutainment ด้านความยั่งยืนแบบ Immersive ผ่าน 8 โซนแห่งการเรียนรู้ ที่จะพาผู้เข้าชมสัมผัสและเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวความยั่งยืนแบบสมจริง ครบทั้งมิติ อารมณ์ ความคิด และจินตนาการ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
“Better World Better Future” เป็นอีกก้าวสำคัญของการนำเทคโนโลยี Immersive ระดับโลกมาผสานเข้ากับรูปแบบการเรียนรู้ยุคใหม่ (Edutainment) ที่มอบทั้งความบันเทิงและความรู้ผ่านประสบการณ์ Interactive เต็มรูปแบบ โดยมีไฮไลต์สำคัญ คือ โรงภาพยนตร์แบบมัลติเซนซอรี 9 มิติ (9D Cinema) ที่มาพร้อมภาพยนตร์ 3 มิติ เก้าอี้ที่เคลื่อนไหวตามเรื่องราวของภาพยนตร์ และเอฟเฟกต์สภาพแวดล้อมแบบสมจริงที่กระตุ้นทุกประสาทสัมผัส ทั้งหมดถูกนำเสนอภายใน Liminal Space แบบถาวรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ทลายเส้นกั้นระหว่างโลกแห่งความจริงและโลกเสมือน เพื่อตั้งคำถามสำคัญกับผู้เข้าชมทุกคนว่า “หากมนุษย์เราไม่เริ่มลงมือทำตั้งแต่วันนี้ โลกในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร?” พร้อมกันนั้น ยังเชิญชวนให้ผู้เข้าชมแต่ละคนได้ทบทวนถึงแนวคิดที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ว่าเราจะสามารถร่วมกันสร้างโอกาสในการสร้าง Better World, Better Future (โลกยั่งยืน) ได้อย่างไร


ร่วมสัมผัสที่สุดแห่งประสบการณ์ความบันเทิงระดับโลกของ 9D Cinema ที่พร้อมกระตุ้นทุกประสาทสัมผัส
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของประสบการณ์ Interactive Edutainment คือ Impact Horizon’s Journey (เดินทางตามขอบฟ้า) ซึ่งเป็น 1 ใน 8 โซน Immersive ที่เชื่อมต่อกัน โดยผู้เข้าชมจะได้สัมผัสความบันเทิงแบบ AR Interactive ที่ผสานจอ Liminal Space ขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย เข้ากับภาพยนตร์ 3D Stereoscopic ระดับเวิลด์คลาสซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นสำหรับประสบการณ์สุดพิเศษนี้โดยเฉพาะ
โดยผู้เข้าชมจะสวมบทบาทนักสำรวจบนยาน Impact Horizon เพื่อออกเดินทางค้นหาไทม์ไลน์ที่มนุษยชาติสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งการเดินทางครั้งนี้จะพาย้อนผ่านช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์โลก ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ เหตุการณ์การสูญพันธุ์ครั้งยิ่งใหญ่ ไปจนถึงอนาคตที่ต้องเผชิญกับวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตโบราณที่ฟื้นคืนชีพอย่างสมจริง สร้างความตื่นเต้นตลอดการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนเห็นโอกาสที่จะสร้างอนาคตดีกว่า


-
9D Hyper-Reality Cinema: เปิดประสบการณ์เสมือนจริงที่สุด
ตื่นเต้นกับระบบภาพ 3D Stereoscopic ที่มาพร้อมที่นั่งซึ่งมีการเคลื่อนไหวอย่างสอดคล้องกับเรื่องราว รวมถึงเอฟเฟกต์สภาพแวดล้อมที่ครบครัน ทั้งลม ฝน แสง และแรงสั่นสะเทือน ทุกองค์ประกอบนำสู่ประสบการณ์ 360 องศา แบบ Multi-sensory ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในเรื่องราวอย่างแท้จริง
-
World’s Largest Permanent Liminal Space Experience: สัมผัสกับที่สุดของเทคโนโลยีการแสดงผลใน Liminal Space Experience แบบถาวรขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
พื้นที่ขนาดใหญ่ ที่โลกจริงและโลกเสมือนผสานกันอย่างไร้รอยต่อ ด้วยเทคโนโลยีการแสดงผลภาพ 3 มิติ (Stereoscopic display technology) และคอนเทนต์ภาพยนตร์ที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ ด้วยการใช้เทคโนโลยี Spatial content design ขั้นสูง ช่วยยกระดับมิติ ความลึก และขนาดของภาพให้สมจริงที่สุด เพื่อเชื่อมโยงโลกดิจิทัลเข้ากับสภาพแวดล้อมทางกายภาพได้อย่างไร้รอยต่อ ที่ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสและโต้ตอบกับเรื่องราวได้
-
World-class Attraction Mixed AR Technology: แหล่งท่องเที่ยวระดับเวิลด์คลาสที่ผสานเทคโนโลยี AR อย่างลงตัว
ยกระดับประสบการณ์ความสมจริงไปอีกขั้นด้วย Immersive Wearable Glasses ซึ่งออกแบบขึ้นเป็นพิเศษโดย Liminal ด้วยเทคโนโลยี AR อัจฉริยะ ผสานโลกดิจิทัลเข้ากับโลกจริงอย่างไร้รอยต่อในทุกมุมมอง ผ่าน Augmented Reality ผู้ชมสามารถสัมผัสและมีส่วนร่วมกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้อย่างสมจริง ซึ่งเทคโนโลยีนี้ถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่องในประสบการณ์ระดับสากลอย่าง Formula 1 Grand Prix Plaza Las Vegas เพื่อดึงผู้ชมให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว เสมือนอยู่ในสนามแข่งจริง
นวัตกรรมนี้คือเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่กำลังถูกพัฒนาเพื่อนำไปใช้ในธีมพาร์กระดับโลก เปลี่ยนรูปแบบประสบการณ์จากการรับชมแบบ Passive สู่การมีส่วนร่วมอย่างเต็มรูปแบบ และนี่คือครั้งแรกที่ผู้เข้าชมในประเทศไทยจะได้สัมผัสเทคโนโลยีนี้ก่อนการเปิดตัวในระดับโลกต่อไป

-
BF Hero: เพื่อนร่วมทางอัจฉริยะ
ตลอดการเดินทาง ผู้เข้าชมจะมี BF Hero เพื่อนร่วมทางอัจฉริยะ (Interactive Audio Companion) เป็นผู้คอยต้อนรับ ให้ข้อมูล และชวนให้ทุกคนได้ขบคิดถึงบทบาทของตัวเองในการร่วมสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับ “โลกยั่งยืน”
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า
“AWC มุ่งมั่นพัฒนาโครงการที่มอบประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าให้กับทุกคน ควบคู่ไปกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกในระยะยาวต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับพันธมิตรทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ โดยเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของเรา ในการเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งร่วมกับพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งด้านการท่องเที่ยว เทคโนโลยี การศึกษา และความยั่งยืน เพื่อนำไปสู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์และความยั่งยืน
การเปิดตัว ‘Better World Better Future’ เป็นอีกก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยี Immersive มาสู่การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ ซึ่งมีการพัฒนาร่วมกับพันธมิตรเพื่อเปลี่ยนการเรียนรู้ให้เป็นการเดินทางที่สนุก น่าสนใจ และเข้าถึงได้สำหรับคนทุกเพศทุกวัย ผ่านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมถึงความร่วมมือเชิงนวัตกรรม และการเล่าเรื่องแบบอินเทอร์แอคทีฟ ‘Better World Better Future’ จะเชื่อมโยงผู้เข้าชมให้ได้สัมผัสกับประสบการณ์ระดับโลก พร้อมทั้งจุดประกายการตระหนักรู้และการลงมือทำ ทั้งในระดับบุคคลและระดับชุมชน
ด้วยการผสานความบันเทิงแบบ Immersive เข้ากับการเรียนรู้ที่มีความหมาย การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ และความร่วมมือที่แข็งแกร่ง เรามุ่งสร้างจุดหมายปลายทางที่ผู้เข้าชมไม่เพียงแต่ได้รับประสบการณ์ที่น่าประทับใจ แต่ยังรู้สึกมีพลังในการเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่าให้ทุกคน”


AWC ยังคงเดินหน้าพัฒนา เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น โครงการรีเทลและเอนเตอร์เทนเมนท์ริมแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ให้เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของการท่องเที่ยวของประเทศ โดยนำเสนอประสบการณ์ที่หลากหลายทั้งด้านไลฟ์สไตล์ วัฒนธรรม และความบันเทิง “Better World Better Future” เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์สำคัญที่เข้ามาเติมเต็มมิติของการเรียนรู้ด้านความยั่งยืน สร้างรูปแบบใหม่ของการท่องเที่ยวที่ให้ทั้งความตื่นเต้น ความประทับใจ และเปี่ยมความหมายในเวลาเดียวกัน ช่วยเสริมศักยภาพให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลกต่อไป
ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสประสบการณ์ “Better World Better Future (โลกยั่งยืน)” ได้ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
- สถานที่: Hatch Dome ชั้น 1 โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น
- เวลาทำการ: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00 – 21.00 น.
- ราคาบัตร: 199 บาท (จำหน่ายทั้งช่องทางออนไลน์และ walk-in)
- สำรองบัตรล่วงหน้าได้ที่: https://skyflyersbkk-online.globaltix.com/attraction/better-world-better-future-70236
#BetterWorldBetterFuture #AsiatiqueTheRiverFrontDestination #AWC #BuildingBetterFutureForAll #AWCSustainability