การบริหารจัดการความเสี่ยง

AWC ตระหนักและให้ความสำคัญมากกว่ากับการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างยั่งยืนทั่วทั้งองค์กร ตั้งแต่ระดับองค์กรไปจนถึงระดับปฏิบัติการในทุกหน่วยธุรกิจ จัดให้มีระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงและวิกฤตเพื่อให้มั่นใจว่า AWC จะสามารถพิจารณาตัดสินความเสี่ยงและโอกาสสำหรับ AWC ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนกำหนดกลยุทธ์และแผนบรรเทาความเสี่ยงที่เหมาะสมเพื่อลดความน่าจะเป็นและ/หรือการสูญเสียให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และ/หรือเพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติม

AWC ได้กำหนดกรอบการทำงานในการบริหารจัดการความเสี่ยงของกิจการ (Enterprise Risk Management Framework) ตามมาตรฐานสากลของคณะกรรมการองค์กรสนับสนุนของคณะกรรมการ Treadway (The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission) หรือ การบริหารจัดการความเสี่ยงของกิจการของ COSO (COSO Enterprise Risk Management) พ.ศ. 2560 (2017) AWC ได้ประยุกต์ใช้กรอบการทำงานทั่วทั้งองค์กรด้วย นโยบายการบริหารจัดการความเสี่ยง

การกำกับดูแลความเสี่ยง

ปัจจัยความเสี่ยง

AWC เป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลายประเภทซึ่งครอบคลุมธุรกิจการบริการ ธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจอาคารพาณิชย์ และที่ดินแบบผสมผสาน ในการดำเนินธุรกิจ AWC ตระหนักถึงความเสี่ยงบางประการที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ฐานะการเงิน ผลการดำเนินงานของบริษัท และแนวโน้มในอนาคตของบริษัท ดังนั้น AWC จึงวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมดอย่างต่อเนื่องทั้งภายในและภายนอก โดยครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ ตลอดจนพัฒนาการดำเนินการบรรเทาความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดผลกระทบของความเสี่ยงที่ถูกระบุและช่วยให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายตามกลยุทธ์และทิศทางของเราได้ AWC พิจารณาว่าความเสี่ยงหลักเป็นความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบในทางลบต่อธุรกิจของ AWC และเปิดเผยข้อมูลในรายงานประจำปี ตัวอย่างความเสี่ยงหลักที่ถูกระบุแสดงไว้ด้านล่างดังนี้

นอกจากการระบุความเสี่ยงหลักแล้ว AWC ยังได้ทำการระบุความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ โดยในปี 2564 ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ของ AWC ได้แก่

วัฒนธรรมองค์กรที่คำนึงถึงความเสี่ยง

AWC ตระหนักดีว่าวัฒนธรรมองค์กรที่คำนึงถึงความเสี่ยงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยงโดยรวม ดังนั้น AWC จึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร

การบริหารลูกค้าสัมพันธ์

AWC มีลูกค้าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ การบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์จึงเป็นหัวข้อหนึ่งที่มีสาระสำคัญมากที่สุด เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อมิติทางเศรษฐกิจ โดยส่งผลต่อความยั่งยืนของเศรษฐกิจ ความต้องการของลูกค้าอาจเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาในขณะที่บริษัทต้องรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และบริการ การบริหารจัดการความสัมพันธ์ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องเกี่ยวกับการเติบโตของธุรกิจของบริษัทเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับบริษัทในการให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ดังนั้น AWC จึงมุ่งมั่นที่จะบรรลุความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าในทุกหน่วยธุรกิจด้วยการนำเสนอบริการและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง

AWC นำโปรแกรมการบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์มาปฏิบัติกับลูกค้า โดยรวมถึงผู้เช่าด้วย ซึ่งกำหนดนโยบาย วัตถุประสงค์ และขั้นตอนสำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า นอกจากนี้ AWC ยังได้พัฒนากลยุทธ์และโปรแกรมทางการตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้าของเรา โปรแกรมดังกล่าว ได้แก่

  • แอปพลิเคชัน AWC Connext
  • ไลฟ์สไตล์ไร้ขีดจำกัดกับ AWC
  • อาคารอัจฉริยะ
  • การส่งเสริมการขายข้ามกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ

แอปพลิเคชัน AWC Connext

AWC รวมเทคโนโลยีเข้ากับ CRM ของบริษัทเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น

ไลฟ์สไตล์ไร้ขีดจำกัดกับ AWC

เป็นการสร้างประสบการณ์ที่เป็นสากลด้วยการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรมในเครือภายใต้ AWC ทั่วประเทศ บริการไลฟ์สไตล์นี้ช่วยให้สมาชิกได้สัมผัสกับประสบการณ์จาก AWC อย่างท่วมท้นได้จากทุกที่

อาคารอัจฉริยะ

เป็นการผสมผสานนวัตกรรมเพื่อมอบการเข้าถึงและประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้า

การส่งเสริมการขายข้ามกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ

ได้แก่ อุตสาหกรรมการธนาคาร การแพทย์ และการบิน เป็นการขยายธุรกิจให้ครอบคลุมตลาดมากขึ้นเพื่อทำให้มั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนเหล่านี้

แบบสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า

เพื่อให้เข้าใจความต้องการของลูกค้าได้อย่างลึกซึ้ง จึงมีการปรับปรุงคุณภาพการบริการ และพัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาว AWC ทำการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าเป็นประจำทุกปี โดยการสำรวจจะใช้แบบสอบถามที่ประเมินปัญหาสำคัญต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับกลยุทธ์ขององค์กร เช่น การมุ่งเน้นตลาด ผลิตภัณฑ์/บริการที่จัดให้ การบริหารจัดการความรู้ และผลการดำเนินธุรกิจ

ความพึงพอใจของลูกค้า เป้าหมายปี 2564
ปี 2561 2562 2563 2564
ผลลัพธ์ด้านความพึงพอใจของลูกค้า (%) 69.66 69.94 73.52 74.35 71.22
*หมายเหตุ: ผลการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าคำนวณจากข้อมูลผลสำรวจจากกลุ่มธุรกิจโรงแรม โดยไม่รวมข้อมูลจาก โรงแรม มีเลีย เกาะสมุย

ในปีช่วงปี 2560 ถึง 2563 คะแนนความพึงพอใจจากลูกค้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่า AWC สามารถรักษาความสัมพันธ์เชิงบวกกับลูกค้าได้อย่างดี

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน

AWC ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ด้วยการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคงและยั่งยืน AWC จะสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น ลดความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายของเราได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดจะช่วยเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันของ AWC เหนือคู่แข่งของเรา

เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายที่เกิดขึ้นใหม่ AWC ได้พัฒนาหลักปฏิบัติในการทำงานสำหรับซัพพลายเออร์ของ AWC และเผยแพร่ให้ซัพพลายเออร์ทุกราย ซัพพลายเออร์ทุกรายจะต้องลงนามและส่งคืนแบบฟอร์มตอบรับให้บุคคลากรของ AWC สำหรับซัพพลายเออร์ที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดพื้นฐานนี้ AWC จะไม่อนุญาตให้ซัพพลายเออร์รายดังกล่าวดำเนินธุรกิจกับ AWC หัวข้อต่าง ๆ ที่กล่าวถึงในหลักปฏิบัติในการทำงานสำหรับซัพพลายเออร์ของ AWC ได้แก่ การกำกับดูแลกิจการและจริยธรรมทางธุรกิจ แนวปฏิบัติด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากหลักปฏิบัติในการทำงานสำหรับซัพพลายเออร์แล้ว AWC ยังได้พัฒนานโยบายการคัดเลือกผู้ขาย และนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ของเราที่จะสร้างการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคงและยั่งยืน

กลยุทธ์ด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทาน

เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของเรานั้นสนับสนุนกลยุทธ์และทิศทางการเติบโตของบริษัท AWC จึงได้จัดทำกลยุทธ์การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานขึ้นมา 5 กลยุทธ์ เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งของ AWC และยกระดับมาตรฐานของคู่ค้า กลยุทธ์ฯ ดังกล่าวได้แก่

  1. การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่คู่ค้า
  2. การปรับปรุงกระบวนการดำเนินงาน
  3. การร่วมมือเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
  4. การสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน
  5. การบูรณาการประเด็นด้านความเสี่ยง
วัตถุประสงค์การดำเนินงานหลัก รายละเอียด การเชื่อมโยงไปยังกลยุทธ์ฯ
การปรับปรุงมาตรฐานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และความปลอดภัยเป็นหนึ่งในหัวข้อการประเมินผลการดำเนินงานของคู่ค้า ซึ่งคู่ค้าจำเป็นต้องมีการดำเนินงานตามข้อกำหนดของกฎหมายทั้งทางด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม คู่ค้าที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานจะได้รับผลการประเมินที่สูงกว่าคู่ค้าที่ไม่ได้รับการรับรอง นอกจากนี้ หากคู่ค้าได้รับการประเมินว่ามีอุบัติการณ์หรือการดำเนินงานที่ไม้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความปลดภัย ก็จะถูกหักคะแนนการประเมินจำนวน 2 คะแนนต่อครั้งที่พบความไม่สอดคล้อง
  1. การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่คู่ค้า
  2. การปรับปรุงกระบวนการดำเนินงาน
  3. การร่วมมือเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
การป้องกันการฉ้อโกงอย่างเต็มประสิทธิภาพ การป้องกันการฉ้อโกงเป็นหนึ่งในประเด็นที่ AWC ให้ความสำคัญและเน้นย้ำมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นในจรรยาบรรณบริษัท และจรรรยาบรรณสำหรับคู่ค้า และเพื่อป้องกันการเกิดการฉ้อโกงตลอดห่วงโซ่อุปทาน AWC ได้ดำเนินการเพิ่มมาตรการและการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนทั้งในกระบวนการดำเนินงานของบริษัท และการดำเนินงานของคู่ค้า
  1. การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่คู่ค้า
  2. การปรับปรุงกระบวนการดำเนินงาน
  3. การร่วมมือเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

เพื่อสร้างความมั่นใจว่ากลยุทธ์ฯ ได้ถูกนำไปปฎิบัติอย่างครบถ้วนและประสบความสำเร็จ AWC จึงได้จัดตั้ง KPI ดังนี้

  • ร้อยละ 100 ของคู่ค้าที่มีความสำคัญลำดับที่ 1 เซ็นรับทราบและนำจรรญาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้าไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ภายในปี 2564
  • ร้อยละ 100 ของคู่ค้าที่มีความสำคัญลำดับที่ 1 มีแผนบรรเทาและแผนการแก้ไขความเสี่ยงที่พบภายใน 12 เดือน
  • ร้อยละ 100 ของคู่ค้าที่มีความสำคัญลำดับที่ 1 ปฏิบัติตามกฏหมายด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด

การแบ่งประเภทคู่ค้า

จำนวนคู่ค้า
คู่ค้าลำดับที่ 1 2652
คู่ค้าสำคัญลำดับที่ 1 82
คู่ค้าทางอ้อมที่มีความสำคัญ 82

การจำแนกประเภทซัพพลายเออร์

สำหรับ AWC ซัพพลายเออร์หลักหมายรวมถึงผู้ผลิต ผู้ให้บริการสินค้า วัสดุ และบริการ และผู้จัดจำหน่ายสินค้า วัสดุ และบริการที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความได้เปรียบในการแข่งขัน การประสบความสำเร็จในตลาด และการดำเนินธุรกิจของ AWC นิยามของซัพพลายเออร์หลักคือ

  • ซัพพลายเออร์ที่ AWC มีปริมาณการสั่งซื้อจำนวนมาก
  • ซัพพลายเออร์ที่ผลิต จัดหา และจัดจำหน่ายสินค้า วัสดุ และบริการที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ
  • ซัพพลายเออร์ที่ผลิต จัดหา และจัดจำหน่ายสินค้า วัสดุ และบริการที่ไม่สามารถทดแทนได้
  • ซัพพลายเออร์ที่ได้รับการว่าจ้างให้ผลิตผลิตภัณฑ์ที่ติดฉลากสินค้าตราห้างหรือตราสินค้าส่วนตัว

นอกเหนือจากนิยามของซัพพลายเออร์หลักแล้ว AWC ยังนิยามซัพพลายเออร์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อ ESG ว่าเป็นผู้ผลิต ผู้ให้บริการสินค้า วัสดุ และบริการ และผู้จัดจำหน่ายสินค้า วัสดุ และบริการ ซึ่งการดำเนินธุรกิจของซัพพลายเออร์เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบ ESG เชิงลบต่อ AWC ทั้งนี้ ผลกระทบ ESG เชิงลบอาจครอบคลุมถึงการไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนกฎหมาย กฎเกณฑ์ และระเบียบข้อบังคับ หลักปฏิบัติในการทำงานสำหรับซัพพลายเออร์ มาตรฐานสิทธิมนุษยชน มาตรฐานสิทธิแรงงาน แนวทางปฏิบัติด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และอื่นๆ

ผลการดำเนินงานการจัดการห่วงโซ่อุปทานในปี 2564

การวิเคราะห์ค่าใช้จ่าย หน่วย 2564
มูลค่าในห่วงโซ่อุปทาน ล้านบาท 2,493.95

โครงการริเริ่ม ESG กับซัพพลายเออร์

โรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค และ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล ได้จัดหาแหล่งวัตถุดิบอินทรีย์จากเกษตรกรท้องถิ่น เพื่อใช้ในร้านอาหาร ของโรงแรม

การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศ

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่ได้รับการผลักดันให้เป็นแถวหน้าของข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างประเทศก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบที่สำคัญ องค์กรต่าง ๆ ต้องปรับปรุงการบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าและพนักงาน ซึ่งให้ความสำคัญกับปัญหาการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่กรอบการกำกับดูแลของประเทศไทยกำลังไล่ตามประเทศอื่นๆ AWC พิจารณาว่าการปกป้องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลเป็นหนึ่งในสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญก่อน การทำความเข้าใจบทบาทของบริษัทในการปกป้องข้อมูลให้ลูกค้า คู่ค้าทางธุรกิจ และพนักงาน AWC มุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่นี้อย่างจริงจัง

นอกจากนี้ AWC ได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศให้กำกับดูแลกลยุทธ์การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศ ประสิทธิภาพการทำงาน และให้คำแนะนำที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการข้อมูลของเราอย่างต่อเนื่อง คณะอนุกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศนี้ประกอบด้วยกรรมการและผู้บริหารที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องในด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศ Chief Corporate Officer (CCO) ซึ่งมีภูมิหลังด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศอย่างครอบคลุมดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการเทคโนโลยีสารสนเทศ และมีหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุมดูแลการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศภายในบริษัท CCO จะรายงานโดยตรงต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงที่ดูแลและสนับสนุนการนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปปฏิบัติให้ประสบความสำเร็จ

คณะอนุกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศ

การตระหนักถึงความมั่นคงปลอดภัย

AWC ได้กำหนดนโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ในหมู่ผู้บริหารและพนักงานของ AWC

โดย AWC ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (2019) และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 (2019) และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น ระเบียบการคุ้มครองข้อมูลทั่วไป พ.ศ. 2559 (2016) โดยปฏิบัติตามการรวบรวมข้อมูลที่ถูกต้องตามกฎหมาย การบันทึก และการใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น นโยบายนี้มีพร้อมให้เป็นการภายในสำหรับพนักงานทุกคนและผู้รับจ้างที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลและสารสนเทศของ AWC วัตถุประสงค์หลักของนโยบาย คือ เพื่ออธิบายบทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบของบุคคลที่เกี่ยวข้อง บริหารจัดการคุณสมบัติข้อมูลภายใน ควบคุม และคงไว้ซึ่งการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศสำหรับการจัดเก็บทั้งภายในและภายนอก ให้คำแนะนำสำหรับแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ และให้คำแนะนำแก่พนักงานเพื่อปฏิบัติตาม

แผนรับมืออุบัติการณ์ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศ

AWC ได้พัฒนาแผนรับมืออุบัติการณ์ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศเพื่อบริหารจัดการปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศอย่างเป็นระบบ แผนรับมืออุบัติการณ์นี้ได้รับการออกแบบให้สามารถใช้ได้กับ AWC และบุคคลภายนอก (ผู้รับจ้าง) ที่รับผิดชอบการจัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศของ AWC
AWC พัฒนาระบบป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลของบริษัทให้ลดความเสี่ยงจากการละเมิดข้อมูลในขณะที่ปรับปรุงประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ทั้งนี้ ด้วยแนวทางปฏิบัติในการใช้ข้อมูลอย่างมีจริยธรรมเคร่งครัด AWC สร้างวัฒนธรรมการใช้ข้อมูลอย่างรับผิดชอบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้โครงสร้างพื้นฐานด้าน IT บริษัทสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูล สื่อสารข่าว IT ที่เกิดขึ้นใหม่ผ่านจดหมายข่าว และดำเนินการตรวจสอบภายใน

AWC ให้การรับรองแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของเราว่าเราพร้อมรับมือวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศที่อาจเกิดขึ้น

สมรรถนะของ IT และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์

2561 2562 2563 2564 เป้าหมาย 2564
การละเมิดการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลหรืออุบัติการณ์ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์อื่น ๆ 0 0 0 0 0
ลูกค้าและพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการละเมิดข้อมูลของบริษัท 0 0 0 0 0
การร้องเรียนเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้าจากบุคคลภายนอก 0 0 0 0 0
การร้องเรียนเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้าจากหน่วยงานกำกับดูแล 0 0 0 0 0

แนวทางปฏิบัติด้านภาษีอากรของบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน)

AWC มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นธรรมและยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ควบคู่กับการสร้างคุณค่าที่ดีร่วมกันตลอดกระบวนการดำเนินธุรกิจเพื่อการเป็นองค์กรที่ดีของประเทศ โดยในด้านภาษี AWC มีการบริหารจัดการด้วยความโปร่งใส่ ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องทุกประเภทซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมหลักขององค์กร

การปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากรอย่างมีความรับผิดชอบ

AWC มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากรและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องทุกประเภทอย่างถูกต้องในทุกประเทศและ/หรืออาณาเขตที่บริษัทเข้าไปดำเนินธุรกิจ โดยบริษัทจะดำเนินธุรกิจและบริหารจัดการโครงสร้างภาษีให้สอดคล้องกับทั้งเจตนารมณ์และตัวบทของกฎหมายนั้น รวมถึงจะไม่แสวงหาผลประโยชน์ใดๆ จากช่องว่างของกฎหมายภาษีอากร

การวางแผนโครงสร้างทางภาษีอย่างเหมาะสม

AWC มุ่งมั่นในการสร้างความมั่นใจเรื่องการบริหารจัดการโครงสร้างภาษีต่อผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจรวมถึงพนักงาน โดยจะบริหารงานด้านภาษีด้วยความโปร่งใสและจะไม่สร้างภาระภาษีโดยไม่จำเป็นซึ่งจะส่งผลเสียต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท ซึ่งหมายความว่าเราจะมีส่วนร่วมในการวางแผนภาษีอากรอย่างเหมาะสมเพื่อให้มั่นใจได้ว่าบริษัทจะไม่มีภาระภาษีซ้ำซ้อนอันเกิดขึ้นจากเงินได้หรือธุรกรรมเดียวกัน และเพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีภาระภาษีมากกว่าที่กฎหมายกำหนดโดยไม่จำเป็น

บริษัทอาจใช้ประโยชน์จากมาตรการทางภาษีหรือการยกเว้นภาษีตามที่กฎหมายให้การสนับสนุนหรืออนุญาตให้กระทำได้เมื่อมีความเหมาะสม

บริษัทจะไม่ทำธุรกรรมอันอาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจซึ่งหมายรวมถึงการหนีภาษีอากรหรือการสนับสนุนการหนีภาษีอากร นอกจากนี้บริษัทจะไม่กระทำการถ่ายโอนรายได้หรือกำไรไปยังประเทศและ/หรืออาณาเขตที่มีอัตราภาษีต่ำ สร้างธุรกรรมหรือธุรกิจเพื่อลดภาษีโดยไม่มีเหตุผลการทางการค้า และไม่ดำเนินธุรกิจในประเทศหรืออาณาเขตที่เป็นเขตปลอดภาษีหรือปกปิดข้อมูล (Tax haven) เพื่อการหลีกเลี่ยงภาษี

การกำหนดราคาโอนอย่างเหมาะสม

บริษัทมุ่งหมายที่จะจ่ายภาษีในจำนวนที่เหมาะสมตามมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นภายใต้การดำเนินการทางการค้าที่เป็นปกติ บริษัทจะคำนวณราคาโอนที่เกิดขึ้นระหว่างบริษัทในเครือให้เป็นไปตามราคาตลาด

เรามุ่งมั่นที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนที่ดีในการสร้างเสริมห่วงโซ่คุณค่าที่แข็งแกร่งสู่ความยั่งยืน เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าร่วมกัน

การสนับสนุนต่อภาคส่วนต่างๆ

รายชื่อองค์กร 2560 2561 2562 2563
สมาคมโรงแรมไทย - 3,745 - -
หอการค้าไทย และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย - 8,000 - -
สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) 12,840 12,840 27,730 -
สภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทย - 2,140 24,470 22,470
หอการค้าอเมริกันในประเทศไทย - - 26,750 34,240
หอการค้าออสเตรเลีย-ไทย - - 19,260 19,260
มูลนิธิมาตรฐานโรงแรมไทย - - - 14,980
รวมทั้งสิ้น 12,840 26,725 98,210 90,950

ทั้งนี้ AWC มิได้ให้การสนับสนุนการรณรงค์ที่เกี่ยวข้องกับการ องค์กรทางการเมือง บุคคลหรือองค์กรที่ทำการชี้นำ และกลุ่มที่ได้รับการยกเว้นภาษีอื่น ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (Anti-Corruption Policy)

MAJOR ISSUES OR TOPICS

ในปี 2563 AWC สนับสนุนองค์กรต่าง ๆ แบ่งเป็นประเด็นหลัก ดังนี้

ประเด็น Corporate Position รายละเอียดการสนับสนุน จำนวนเงินที่สนับสนุนในปี 2563
เพื่อสนับสนุนธุรกิจและการค้าเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย สนับสนุน AWC เป็นสมาชิกเชิงรุกขององค์กรทางการค้า ต่าง ๆ ได้แก่ สภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทย หอการค้าอเมริกันในประเทศไทย และหอการค้าออสเตรเลีย-ไทย โดยองค์กรทางการค้าดังกล่าวจัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนนโยบายทางธุรกิจด้านบวก ซึ่งช่วยในการเติบโตของธุรกิจ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศไทย 75,970 บาท
เพื่อส่งเสริมมาตรฐานที่พักให้กับโรงแรมและรีสอร์ทในประเทศไทย สนับสนุน AWC เข้าร่วมและให้การสนับสนุนมูลนิธิมาตรฐานโรงแรมไทยซึ่งมีบทบาทพิเศษในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ โดยสมาคมมีจุดมุ่งหมายในการยกระดับมาตรฐานของธุรกิจโรงแรมโดยรวม ด้วยระบบการจัดระดับดาวที่มีมาตรฐานและเป็นที่น่าเชื่อถือ โดยจัดระดับดาวตั้งแต่หนึ่งดาวถึงห้าดาว ให้กับโรงแรมทั่วประเทศ โดยโรงแรมในเครือ AWC มีเป้าหมายที่จะบรรลุระดับห้าดาว จากการเป็นโรงแรมที่มอบบริการที่ดีที่สุดกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากนี้ ยังมุ่งมั่นในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ตลอดจนส่งเสริมการตลาด/การขายของโรงแรมให้สามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรมและสอดคล้องกับสภาวะตลาด ตลอดจนตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า 14,980 บาท

LARGE EXPENDITURES

องค์กรที่ AWC ให้การสนับสนุนสูงสุด 3 อันดับแรกในปี พ.ศ. 2563 ได้แก่

Name Type of Organization Description of Trade Association Total Amount Paid in 2020
หอการค้าอเมริกันในประเทศไทย สมาคมการค้า หอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (AMCHAM) เป็นสมาคมธุรกิจระหว่างประเทศที่เป็นอิสระ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่แสวงหาผลกำไร และเป็นผู้นำในประเทศไทย โดยสมาคมฯ ร่วมมือกับสถานทูตสหรัฐฯและสถานกงสุลในประเทศไทยและสมาคมในเครือ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างผลเชิงบวกในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ในฐานะสมาชิก AWC ได้รับผลประโยชน์ทางธุรกิจผ่านการเสริมสร้างศักยภาพ การสนับสนุน และกิจกรรมการสร้างเครือข่าย 34,240 บาท
สภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทย สมาคมการค้า สภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทย (BCCT) เป็นสมาคมที่ไม่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากรัฐบาลหรือจากแหล่งเงินทุนภายนอกของประเทศอังกฤษหรือไทย สภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทยกำหนดพันธกิจอย่างชัดเจน เพื่อตอบสนองความต้องการและส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจของประเทศอังกฤษในประเทศไทย และในฐานะ ‘พันธมิตร’ ที่สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยตรง ในฐานะสมาชิก AWC ได้รับความสนับสนุนโอกาสผ่านเครือข่ายสภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทย 22,470 บาท
หอการค้าออสเตรเลีย-ไทย สมาคมการค้า ก่อตั้งขึ้นด้วยกฎบัตรเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างประเทศออสเตรเลียและไทย โดยหอการค้าออสเตรเลีย-ไทย ทำหน้าที่เชื่อมโยงและข้อมูลทางธุรกิจระหว่างสองประเทศ เพื่อส่งเสริมธุรกิจสัญชาติออสเตรเลียที่ต้องการซื้อขายหรือลงทุนในประเทศไทย เช่นเดียวกับให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยที่สนใจในการดำเนินธุรกิจกับธุรกิจกับธุรกิจสัญชาติออสเตรเลีย หรือต้องการดำเนินธุรกิจในประเทศออสเตรเลีย หนึ่งในคุณค่าสูงสุดที่ AWC ได้รับในสถานะสมาชิกคือความสัมพันธ์อันดี และกิจกรรมที่รวบรวมนักธุรกิจดังกล่าวให้มาพบกัน 19,260 บาท