การบริหารจัดการความเสี่ยง

AWC ตระหนักและให้ความสำคัญมากกว่ากับการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างยั่งยืนทั่วทั้งองค์กร ตั้งแต่ระดับองค์กรไปจนถึงระดับปฏิบัติการในทุกหน่วยธุรกิจ จัดให้มีระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงและวิกฤตเพื่อให้มั่นใจว่า AWC จะสามารถพิจารณาตัดสินความเสี่ยงและโอกาสสำหรับ AWC ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนกำหนดกลยุทธ์และแผนบรรเทาความเสี่ยงที่เหมาะสมเพื่อลดความน่าจะเป็นและ/หรือการสูญเสียให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และ/หรือเพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติม

AWC ได้กำหนดกรอบการทำงานในการบริหารจัดการความเสี่ยงของกิจการ (Enterprise Risk Management Framework) ตามมาตรฐานสากลของคณะกรรมการองค์กรสนับสนุนของคณะกรรมการ Treadway (The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission) หรือ การบริหารจัดการความเสี่ยงของกิจการของ COSO (COSO Enterprise Risk Management) พ.ศ. 2560 (2017) AWC ได้ประยุกต์ใช้กรอบการทำงานทั่วทั้งองค์กรด้วย นโยบายการบริหารจัดการความเสี่ยง

การกำกับดูแลความเสี่ยง

ปัจจัยความเสี่ยง

AWC เป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลายประเภทซึ่งครอบคลุมธุรกิจการบริการ ธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจอาคารพาณิชย์ และที่ดินแบบผสมผสาน ในการดำเนินธุรกิจ AWC ตระหนักถึงความเสี่ยงบางประการที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ฐานะการเงิน ผลการดำเนินงานของบริษัท และแนวโน้มในอนาคตของบริษัท ดังนั้น AWC จึงวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นทั้งหมดอย่างต่อเนื่องทั้งภายในและภายนอก โดยครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ ตลอดจนพัฒนาการดำเนินการบรรเทาความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดผลกระทบของความเสี่ยงที่ถูกระบุและช่วยให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายตามกลยุทธ์และทิศทางของเราได้ AWC พิจารณาว่าความเสี่ยงหลักเป็นความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบในทางลบต่อธุรกิจของ AWC และเปิดเผยข้อมูลในรายงานประจำปี ตัวอย่างความเสี่ยงหลักที่ถูกระบุแสดงไว้ด้านล่างดังนี้

นอกจากจะระบุความเสี่ยงหลักแล้ว AWC ยังระบุความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ในระยะยาวอีกด้วย ในปี 2563 ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ต่อ AWC ได้แก่

ความเสี่ยงอุบัติใหม่ของ AWC ประจำปี 2563

วัฒนธรรมองค์กรที่คำนึงถึงความเสี่ยง

AWC ตระหนักดีว่าวัฒนธรรมองค์กรที่คำนึงถึงความเสี่ยงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยงโดยรวม ดังนั้น AWC จึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร

การบริหารลูกค้าสัมพันธ์

AWC มีลูกค้าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ การบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์จึงเป็นหัวข้อหนึ่งที่มีสาระสำคัญมากที่สุด เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อมิติทางเศรษฐกิจ โดยส่งผลต่อความยั่งยืนของเศรษฐกิจ ความต้องการของลูกค้าอาจเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาในขณะที่บริษัทต้องรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และบริการ การบริหารจัดการความสัมพันธ์ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องเกี่ยวกับการเติบโตของธุรกิจของบริษัทเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับบริษัทในการให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ดังนั้น AWC จึงมุ่งมั่นที่จะบรรลุความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าในทุกหน่วยธุรกิจด้วยการนำเสนอบริการและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง

AWC นำโปรแกรมการบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์มาปฏิบัติกับลูกค้า โดยรวมถึงผู้เช่าด้วย ซึ่งกำหนดนโยบาย วัตถุประสงค์ และขั้นตอนสำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า นอกจากนี้ AWC ยังได้พัฒนากลยุทธ์และโปรแกรมทางการตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้าของเรา โปรแกรมดังกล่าว ได้แก่

  • แอปพลิเคชัน AWC Connext
  • ไลฟ์สไตล์ไร้ขีดจำกัดกับ AWC
  • อาคารอัจฉริยะ
  • การส่งเสริมการขายข้ามกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ

แอปพลิเคชัน AWC Connext

AWC รวมเทคโนโลยีเข้ากับ CRM ของบริษัทเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น

ไลฟ์สไตล์ไร้ขีดจำกัดกับ AWC

เป็นการสร้างประสบการณ์ที่เป็นสากลด้วยการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรมในเครือภายใต้ AWC ทั่วประเทศ บริการไลฟ์สไตล์นี้ช่วยให้สมาชิกได้สัมผัสกับประสบการณ์จาก AWC อย่างท่วมท้นได้จากทุกที่

อาคารอัจฉริยะ

เป็นการผสมผสานนวัตกรรมเพื่อมอบการเข้าถึงและประสบการณ์ที่ราบรื่นให้กับลูกค้า

การส่งเสริมการขายข้ามกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ

ได้แก่ อุตสาหกรรมการธนาคาร การแพทย์ และการบิน เป็นการขยายธุรกิจให้ครอบคลุมตลาดมากขึ้นเพื่อทำให้มั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนเหล่านี้

แบบสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า

เพื่อให้เข้าใจความต้องการของลูกค้าได้อย่างลึกซึ้ง จึงมีการปรับปรุงคุณภาพการบริการ และพัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาว AWC ทำการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าเป็นประจำทุกปี โดยการสำรวจจะใช้แบบสอบถามที่ประเมินปัญหาสำคัญต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับกลยุทธ์ขององค์กร เช่น การมุ่งเน้นตลาด ผลิตภัณฑ์/บริการที่จัดให้ การบริหารจัดการความรู้ และผลการดำเนินธุรกิจ

ความพึงพอใจของลูกค้า
ปี 2560 2561 2562 2563
ผลลัพธ์ด้านความพึงพอใจของลูกค้า (%) 68.2 70.0 70.5 74.1
*หมายเหตุ: ผลการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าคำนวณจากข้อมูลผลสำรวจจากกลุ่มธุรกิจโรงแรม โดยไม่รวมข้อมูลจาก โรงแรมโรงแรม เลอ เมอริเดียน กรุงเทพ และ โรงแรม มีเลีย เกาะสมุย

ในปีช่วงปี 2560 ถึง 2563 คะแนนความพึงพอใจจากลูกค้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่า AWC สามารถรักษาความสัมพันธ์เชิงบวกกับลูกค้าได้อย่างดี

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน

AWC ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ด้วยการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคงและยั่งยืน AWC จะสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น ลดความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายของเราได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดจะช่วยเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันของ AWC เหนือคู่แข่งของเรา

เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายที่เกิดขึ้นใหม่ AWC ได้พัฒนาหลักปฏิบัติในการทำงานสำหรับซัพพลายเออร์ของ AWC และเผยแพร่ให้ซัพพลายเออร์ทุกราย ซัพพลายเออร์ทุกรายจะต้องลงนามและส่งคืนแบบฟอร์มตอบรับให้บุคคลากรของ AWC สำหรับซัพพลายเออร์ที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดพื้นฐานนี้ AWC จะไม่อนุญาตให้ซัพพลายเออร์รายดังกล่าวดำเนินธุรกิจกับ AWC หัวข้อต่าง ๆ ที่กล่าวถึงในหลักปฏิบัติในการทำงานสำหรับซัพพลายเออร์ของ AWC ได้แก่ การกำกับดูแลกิจการและจริยธรรมทางธุรกิจ แนวปฏิบัติด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากหลักปฏิบัติในการทำงานสำหรับซัพพลายเออร์แล้ว AWC ยังได้พัฒนานโยบายการคัดเลือกผู้ขาย และนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ของเราที่จะสร้างการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคงและยั่งยืน

กลยุทธ์ด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทาน

สร้างความตระหนักและความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและกรอบ การบริหารจัดการด้านความยั่งยืนให้แก่คู่ค้า คู่ธุรกิจ ผู้เช่า และพนักงาน ได้รับทราบและนำไปประยุกต์ใช้ รวมถึงทำการตรวจประเมินการดำเนินงานด้านความยั่งยืนกับคู่ค้าธุรกิจหลัก ทุกราย เพื่อส่งเสริมและยกระดับการให้บริการ พร้อมลด ผลกระทบจากการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน

การแบ่งประเภทคู่ค้า

ประเภทของคู่ค้า จำนวนคู่ค้า
งานทั่วไป (Non-project) งานโครงการ (Project)
คู่ค้าลำดับที่ 1 (Tier 1) 1000 300
Critical tier 1 suppliers 60 10
Non-critical 940 290

การจำแนกประเภทซัพพลายเออร์

สำหรับ AWC ซัพพลายเออร์หลักหมายรวมถึงผู้ผลิต ผู้ให้บริการสินค้า วัสดุ และบริการ และผู้จัดจำหน่ายสินค้า วัสดุ และบริการที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความได้เปรียบในการแข่งขัน การประสบความสำเร็จในตลาด และการดำเนินธุรกิจของ AWC นิยามของซัพพลายเออร์หลักคือ

  • ซัพพลายเออร์ที่ AWC มีปริมาณการสั่งซื้อจำนวนมาก
  • ซัพพลายเออร์ที่ผลิต จัดหา และจัดจำหน่ายสินค้า วัสดุ และบริการที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ
  • ซัพพลายเออร์ที่ผลิต จัดหา และจัดจำหน่ายสินค้า วัสดุ และบริการที่ไม่สามารถทดแทนได้
  • ซัพพลายเออร์ที่ได้รับการว่าจ้างให้ผลิตผลิตภัณฑ์ที่ติดฉลากสินค้าตราห้างหรือตราสินค้าส่วนตัว

นอกเหนือจากนิยามของซัพพลายเออร์หลักแล้ว AWC ยังนิยามซัพพลายเออร์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อ ESG ว่าเป็นผู้ผลิต ผู้ให้บริการสินค้า วัสดุ และบริการ และผู้จัดจำหน่ายสินค้า วัสดุ และบริการ ซึ่งการดำเนินธุรกิจของซัพพลายเออร์เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบ ESG เชิงลบต่อ AWC ทั้งนี้ ผลกระทบ ESG เชิงลบอาจครอบคลุมถึงการไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนกฎหมาย กฎเกณฑ์ และระเบียบข้อบังคับ หลักปฏิบัติในการทำงานสำหรับซัพพลายเออร์ มาตรฐานสิทธิมนุษยชน มาตรฐานสิทธิแรงงาน แนวทางปฏิบัติด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และอื่นๆ

ผลการดำเนินงานการจัดการห่วงโซ่อุปทานในปี 2563

การวิเคราะห์การใช้จ่าย หน่วย 2563
จำนวนคู่ค้าทั้งหมด ราย 837
มูลค่าในห่วงโซ่อุปทาน บาท 2,914,659,669
มูลค่าในห่วงโซ่อุปทานตามประเภทคู่ค้า
งานทั่วไป (Non-project) บาท 770,571,235.60
งานโครงการ (Project) บาท 2,144,088,433.49

โครงการริเริ่ม ESG กับซัพพลายเออร์

โรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค และ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล ได้จัดหาแหล่งวัตถุดิบอินทรีย์จากเกษตรกรท้องถิ่น เพื่อใช้ในร้านอาหาร ของโรงแรม

การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศ

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่ได้รับการผลักดันให้เป็นแถวหน้าของข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างประเทศก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบที่สำคัญ องค์กรต่าง ๆ ต้องปรับปรุงการบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าและพนักงาน ซึ่งให้ความสำคัญกับปัญหาการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่กรอบการกำกับดูแลของประเทศไทยกำลังไล่ตามประเทศอื่นๆ AWC พิจารณาว่าการปกป้องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลเป็นหนึ่งในสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญก่อน การทำความเข้าใจบทบาทของบริษัทในการปกป้องข้อมูลให้ลูกค้า คู่ค้าทางธุรกิจ และพนักงาน AWC มุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่นี้อย่างจริงจัง

นอกจากนี้ AWC ได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศให้กำกับดูแลกลยุทธ์การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศ ประสิทธิภาพการทำงาน และให้คำแนะนำที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการข้อมูลของเราอย่างต่อเนื่อง คณะอนุกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศนี้ประกอบด้วยกรรมการและผู้บริหารที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องในด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศ Chief Corporate Officer (CCO) ซึ่งมีภูมิหลังด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศอย่างครอบคลุมดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการเทคโนโลยีสารสนเทศ และมีหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุมดูแลการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศภายในบริษัท CCO จะรายงานโดยตรงต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงที่ดูแลและสนับสนุนการนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปปฏิบัติให้ประสบความสำเร็จ

คณะอนุกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศ

การตระหนักถึงความมั่นคงปลอดภัย

AWC ได้กำหนดนโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ในหมู่ผู้บริหารและพนักงานของ AWC

โดย AWC ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (2019) และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 (2019) และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น ระเบียบการคุ้มครองข้อมูลทั่วไป พ.ศ. 2559 (2016) โดยปฏิบัติตามการรวบรวมข้อมูลที่ถูกต้องตามกฎหมาย การบันทึก และการใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น นโยบายนี้มีพร้อมให้เป็นการภายในสำหรับพนักงานทุกคนและผู้รับจ้างที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลและสารสนเทศของ AWC วัตถุประสงค์หลักของนโยบาย คือ เพื่ออธิบายบทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบของบุคคลที่เกี่ยวข้อง บริหารจัดการคุณสมบัติข้อมูลภายใน ควบคุม และคงไว้ซึ่งการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศสำหรับการจัดเก็บทั้งภายในและภายนอก ให้คำแนะนำสำหรับแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ และให้คำแนะนำแก่พนักงานเพื่อปฏิบัติตาม

แผนรับมืออุบัติการณ์ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศ

AWC ได้พัฒนาแผนรับมืออุบัติการณ์ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศเพื่อบริหารจัดการปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและสารสนเทศอย่างเป็นระบบ แผนรับมืออุบัติการณ์นี้ได้รับการออกแบบให้สามารถใช้ได้กับ AWC และบุคคลภายนอก (ผู้รับจ้าง) ที่รับผิดชอบการจัดเก็บข้อมูลและสารสนเทศของ AWC
AWC พัฒนาระบบป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลของบริษัทให้ลดความเสี่ยงจากการละเมิดข้อมูลในขณะที่ปรับปรุงประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ทั้งนี้ ด้วยแนวทางปฏิบัติในการใช้ข้อมูลอย่างมีจริยธรรมเคร่งครัด AWC สร้างวัฒนธรรมการใช้ข้อมูลอย่างรับผิดชอบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้โครงสร้างพื้นฐานด้าน IT บริษัทสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูล สื่อสารข่าว IT ที่เกิดขึ้นใหม่ผ่านจดหมายข่าว และดำเนินการตรวจสอบภายใน

AWC ให้การรับรองแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของเราว่าเราพร้อมรับมือวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศที่อาจเกิดขึ้น

สมรรถนะของ IT และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์

2561 2562 2563 เป้าหมาย 2563
การละเมิดการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลหรืออุบัติการณ์ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์อื่น ๆ 0 0 0 0
ลูกค้าและพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากการละเมิดข้อมูลของบริษัท 0 0 0 0
การร้องเรียนเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้าจากบุคคลภายนอก 0 0 0 0
การร้องเรียนเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้าจากหน่วยงานกำกับดูแล 0 0 0 0

แนวทางปฏิบัติด้านภาษีอากรของบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน)

AWC มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นธรรมและยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ควบคู่กับการสร้างคุณค่าที่ดีร่วมกันตลอดกระบวนการดำเนินธุรกิจเพื่อการเป็นองค์กรที่ดีของประเทศ โดยในด้านภาษี AWC มีการบริหารจัดการด้วยความโปร่งใส่ ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องทุกประเภทซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และค่านิยมหลักขององค์กร

การปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากรอย่างมีความรับผิดชอบ

AWC มุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากรและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องทุกประเภทอย่างถูกต้องในทุกประเทศและ/หรืออาณาเขตที่บริษัทเข้าไปดำเนินธุรกิจ โดยบริษัทจะดำเนินธุรกิจและบริหารจัดการโครงสร้างภาษีให้สอดคล้องกับทั้งเจตนารมณ์และตัวบทของกฎหมายนั้น รวมถึงจะไม่แสวงหาผลประโยชน์ใดๆ จากช่องว่างของกฎหมายภาษีอากร

การวางแผนโครงสร้างทางภาษีอย่างเหมาะสม

AWC มุ่งมั่นในการสร้างความมั่นใจเรื่องการบริหารจัดการโครงสร้างภาษีต่อผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจรวมถึงพนักงาน โดยจะบริหารงานด้านภาษีด้วยความโปร่งใสและจะไม่สร้างภาระภาษีโดยไม่จำเป็นซึ่งจะส่งผลเสียต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท ซึ่งหมายความว่าเราจะมีส่วนร่วมในการวางแผนภาษีอากรอย่างเหมาะสมเพื่อให้มั่นใจได้ว่าบริษัทจะไม่มีภาระภาษีซ้ำซ้อนอันเกิดขึ้นจากเงินได้หรือธุรกรรมเดียวกัน และเพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีภาระภาษีมากกว่าที่กฎหมายกำหนดโดยไม่จำเป็น

บริษัทอาจใช้ประโยชน์จากมาตรการทางภาษีหรือการยกเว้นภาษีตามที่กฎหมายให้การสนับสนุนหรืออนุญาตให้กระทำได้เมื่อมีความเหมาะสม

บริษัทจะไม่ทำธุรกรรมอันอาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจซึ่งหมายรวมถึงการหนีภาษีอากรหรือการสนับสนุนการหนีภาษีอากร นอกจากนี้บริษัทจะไม่กระทำการถ่ายโอนรายได้หรือกำไรไปยังประเทศและ/หรืออาณาเขตที่มีอัตราภาษีต่ำ สร้างธุรกรรมหรือธุรกิจเพื่อลดภาษีโดยไม่มีเหตุผลการทางการค้า และไม่ดำเนินธุรกิจในประเทศหรืออาณาเขตที่เป็นเขตปลอดภาษีหรือปกปิดข้อมูล (Tax haven) เพื่อการหลีกเลี่ยงภาษี

การกำหนดราคาโอนอย่างเหมาะสม

บริษัทมุ่งหมายที่จะจ่ายภาษีในจำนวนที่เหมาะสมตามมูลค่าเพิ่มที่เกิดขึ้นภายใต้การดำเนินการทางการค้าที่เป็นปกติ บริษัทจะคำนวณราคาโอนที่เกิดขึ้นระหว่างบริษัทในเครือให้เป็นไปตามราคาตลาด

เรามุ่งมั่นที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนที่ดีในการสร้างเสริมห่วงโซ่คุณค่าที่แข็งแกร่งสู่ความยั่งยืน เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าร่วมกัน

การสนับสนุนต่อภาคส่วนต่างๆ

รายชื่อองค์กร 2560 2561 2562 2563
สมาคมโรงแรมไทย - 3,745 - -
หอการค้าไทย และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย - 8,000 - -
สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) 12,840 12,840 27,730 -
สภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทย - 2,140 24,470 22,470
หอการค้าอเมริกันในประเทศไทย - - 26,750 34,240
หอการค้าออสเตรเลีย-ไทย - - 19,260 19,260
มูลนิธิมาตรฐานโรงแรมไทย - - - 14,980
รวมทั้งสิ้น 12,840 26,725 98,210 90,950

ทั้งนี้ AWC มิได้ให้การสนับสนุนการรณรงค์ที่เกี่ยวข้องกับการ องค์กรทางการเมือง บุคคลหรือองค์กรที่ทำการชี้นำ และกลุ่มที่ได้รับการยกเว้นภาษีอื่น ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (Anti-Corruption Policy)

MAJOR ISSUES OR TOPICS

ในปี 2563 AWC สนับสนุนองค์กรต่าง ๆ แบ่งเป็นประเด็นหลัก ดังนี้

ประเด็น Corporate Position รายละเอียดการสนับสนุน จำนวนเงินที่สนับสนุนในปี 2563
เพื่อสนับสนุนธุรกิจและการค้าเพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย สนับสนุน AWC เป็นสมาชิกเชิงรุกขององค์กรทางการค้า ต่าง ๆ ได้แก่ สภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทย หอการค้าอเมริกันในประเทศไทย และหอการค้าออสเตรเลีย-ไทย โดยองค์กรทางการค้าดังกล่าวจัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนนโยบายทางธุรกิจด้านบวก ซึ่งช่วยในการเติบโตของธุรกิจ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศไทย 75,970 บาท
เพื่อส่งเสริมมาตรฐานที่พักให้กับโรงแรมและรีสอร์ทในประเทศไทย สนับสนุน AWC เข้าร่วมและให้การสนับสนุนมูลนิธิมาตรฐานโรงแรมไทยซึ่งมีบทบาทพิเศษในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ โดยสมาคมมีจุดมุ่งหมายในการยกระดับมาตรฐานของธุรกิจโรงแรมโดยรวม ด้วยระบบการจัดระดับดาวที่มีมาตรฐานและเป็นที่น่าเชื่อถือ โดยจัดระดับดาวตั้งแต่หนึ่งดาวถึงห้าดาว ให้กับโรงแรมทั่วประเทศ โดยโรงแรมในเครือ AWC มีเป้าหมายที่จะบรรลุระดับห้าดาว จากการเป็นโรงแรมที่มอบบริการที่ดีที่สุดกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากนี้ ยังมุ่งมั่นในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ตลอดจนส่งเสริมการตลาด/การขายของโรงแรมให้สามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรมและสอดคล้องกับสภาวะตลาด ตลอดจนตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า 14,980 บาท

LARGE EXPENDITURES

องค์กรที่ AWC ให้การสนับสนุนสูงสุด 3 อันดับแรกในปี พ.ศ. 2563 ได้แก่

Name Type of Organization Description of Trade Association Total Amount Paid in 2020
หอการค้าอเมริกันในประเทศไทย สมาคมการค้า หอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (AMCHAM) เป็นสมาคมธุรกิจระหว่างประเทศที่เป็นอิสระ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่แสวงหาผลกำไร และเป็นผู้นำในประเทศไทย โดยสมาคมฯ ร่วมมือกับสถานทูตสหรัฐฯและสถานกงสุลในประเทศไทยและสมาคมในเครือ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างผลเชิงบวกในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ในฐานะสมาชิก AWC ได้รับผลประโยชน์ทางธุรกิจผ่านการเสริมสร้างศักยภาพ การสนับสนุน และกิจกรรมการสร้างเครือข่าย 34,240 บาท
สภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทย สมาคมการค้า สภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทย (BCCT) เป็นสมาคมที่ไม่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากรัฐบาลหรือจากแหล่งเงินทุนภายนอกของประเทศอังกฤษหรือไทย สภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทยกำหนดพันธกิจอย่างชัดเจน เพื่อตอบสนองความต้องการและส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจของประเทศอังกฤษในประเทศไทย และในฐานะ ‘พันธมิตร’ ที่สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยตรง ในฐานะสมาชิก AWC ได้รับความสนับสนุนโอกาสผ่านเครือข่ายสภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทย 22,470 บาท
หอการค้าออสเตรเลีย-ไทย สมาคมการค้า ก่อตั้งขึ้นด้วยกฎบัตรเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างประเทศออสเตรเลียและไทย โดยหอการค้าออสเตรเลีย-ไทย ทำหน้าที่เชื่อมโยงและข้อมูลทางธุรกิจระหว่างสองประเทศ เพื่อส่งเสริมธุรกิจสัญชาติออสเตรเลียที่ต้องการซื้อขายหรือลงทุนในประเทศไทย เช่นเดียวกับให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยที่สนใจในการดำเนินธุรกิจกับธุรกิจกับธุรกิจสัญชาติออสเตรเลีย หรือต้องการดำเนินธุรกิจในประเทศออสเตรเลีย หนึ่งในคุณค่าสูงสุดที่ AWC ได้รับในสถานะสมาชิกคือความสัมพันธ์อันดี และกิจกรรมที่รวบรวมนักธุรกิจดังกล่าวให้มาพบกัน 19,260 บาท